เมื่อรู้ความต่าง จึงสร้างทางใหม่ สู่ความมั่งคั่ง อย่างไม่มีประมาณ
คนในสังคมแบ่งได้เป็น 5 กลุ่ม คนจนมาก คนจน คนชั้นกลาง คนรวย และ คนรวยมากหรือมหาเศรษฐี แต่ละกลุ่มก็จะคิดเรื่องเงินไม่เหมือนกัน เพราะความจริง จุดเริ่มต้นของความจนมาจากความคิด เช่นเดียวกันคนที่เป็นมหาเศรษฐี หรืออยากจะเป็นก็ต้องเริ่มจากความคิดเหมือนกัน....
ความคิดและทัศนคติ คือ จุดเปลี่ยนสำคัญที่ทำให้คนจน ขยับชั้นเป็นมหาเศรษฐีได้!
คนรวยคิดไกล คนจนคิดใกล้
คนรวยอ้าแขนรับความเปลี่ยนแปลง คนจนถูกความเปลี่ยนแปลงคุกคาม
คนรวยพูดถึงความคิดริเริ่มใหม่ๆ คนจนพูดถึงแต่เรื่องอื่นและคนอื่น
คนรวยตั้งคำถามที่สร้างพลังใจให้ตัวเอง คนจนตั้งคำถามที่บั่นทอนพลังใจตนเอง
คนจนคิดว่าการเรียนนั้นจบที่สถานศึกษา แต่มหาเศรษฐีเรียนรู้และเติบโตไม่หยุดยั้ง
คนที่จนมากคิดเพียงว่าจะมีอะไรกินวันต่อวัน คนจนจะคิดเรื่องปากท้องเป็นรายอาทิตย์ คนชั้นกลางจะเริ่มมองเป็นรายเดือน คนรวยเริ่มมองไกลเป็นรายปี และคนรวยระดับเศรษฐีก็จะ ดีดลูกคิด กันในระดับทศวรรษหรือเป็นสิบปี ฯลฯ
ถ้าคุณคือคนที่ยังคร่ำเคร่งกับการหาเงิน หัวหมุนกับปัญหาหนี้สิน รายรับไม่พอกับรายจ่าย ขอให้คุณพักเรื่องเหล่านี้เสีย แล้วลองอ่านข้อความนี้ คุณจะพบคำตอบดีๆ ที่จะนำพาชีวิตคุณไปสู่การหลุดพ้นจากวงจรแห่งความจน ยิ่งกว่านั้นคุณจะพบว่า การเป็นมหาเศรษฐี เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นได้ ถ้าคุณเข้าถึงกระบวนความคิดของเศรษฐี และหลีกเลี่ยงความคิดที่นำไปสู่ความจน เพียงคุณนำความคิดของบรรดามหาเศรษฐี มาประยุกต์กับความคิดของคุณ ปรับใช้ให้เหมาะสม ไม่นานคุณจะเห็นความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นกับชีวิตคุณอย่างชัดเจน เพราะความคิดต่างนี่แหละ คือ ก้าวที่สำคัญที่สุด ที่จะทำให้คุณเป็น มหาเศรษฐี ได้
หมายเหตุเกี่ยวกับการจัดลำดับของความต่างแต่ละข้อ
ความต่างข้อที่ 1
มหาเศรษฐีคิดไกล คนชั้นกลางคิดใกล้
ความต่างข้อที่ 2
มหาเศรษฐีพูดถึงความคิดริเริ่มใหม่ๆ คนชั้นกลางพูดแต่เรื่องอื่นและคนอื่น
ความต่างข้อที่ 3
มหาเศรษฐีอ้าแขนรับความเปลี่ยนแปลง คนชั้นกลางถูกความเปลี่ยนแปลงคุกคาม
ความต่างข้อที่ 4
มหาเศรษฐีเสี่ยงหลังจากคิดคำนวณ คนชั้นกลางกลัวเสี่ยง
ความต่างข้อที่ 5
คนชั้นกลางคิดว่าการเรียนนั้นจบที่สถานศึกษา แต่มหาเศรษฐีเรียนรู้และเติบโตไม่หยุดยั้ง
ความต่างข้อที่ 6
มหาเศรษฐีทำงานมุ่งหวังผลกำไร คนชั้นกลางตั้งใจทำงานเพื่อค่าแรง
ความต่างข้อที่ 7
มหาเศรษฐีเชื่อว่าเขาต้องเป็นคนใจกว้าง คนชั้นกลางเชื่อว่าเขามีไม่พอเผื่อแผ่
ความต่างข้อที่ 8
มหาเศรษฐีมีแหล่งรายได้หลายทาง คนชั้นกลางมีเพียงหนึ่งหรือสอง
ความต่างข้อที่ 9
มหาเศรษฐีมุ่งเพิ่มมูลค่าสุทธิ คนชั้นกลางคิดแต่ขึ้นเงินเดือน
ความต่างข้อที่ 10
มหาเศรษฐีตั้งคำถามที่สร้างพลังใจให้ตัวเอง คนชั้นกลางตั้งคำถามที่บั่นทอนพลังใจตัวเอง
เอาล่ะ แล้วไงต่อ ??
มหาเศรษฐียอมใช้เงินทำงานแทน
คนชั้นกลางยังทำงานหนักให้ได้เงิน
นี่คือความจริงที่คุณกำลังเผชิญอยู่หรือไม่
ถ้าคำตอบคือใช่ คุณกำลังอยู่ในเหตุการณ์เหล่านี้หรือไม่
ตื่นแต่เช้า เร่งรีบไปทำงาน เพื่อแรกกับเงินเดือนที่ไม่มีหวังว่าจะทำให้คุณรวยขึ้นได้ มีรายได้เป็นเงินเดือน ใช้จ่ายอย่างต้องระวังสุดขีดว่ามันจะถึงสิ้นเดือนหรือไม่ ไม่พอค่าใช้จ่าย ไม่มีเงินเก็บ ไม่สามารถตอบสนองในสิ่งที่ต้องการในชีวิต หนี้สินที่มีแต่จะเพิ่มขึ้นทุกวันๆ เริ่มลำบากขึ้นทุกทีๆ หาความสุขไม่ได้ในชีวิต แทบจะอยากลาโลกไปในขณะนี้
นี่คือปัญหาของคนส่วนใหญ่ ที่เป็นมนุษย์เงินเดือน คนที่หาเช้ากินค่ำ
คุณต้องการที่บอกลา ชีวิตที่ไม่มีหวังนี้หรือไม่ ?
ถึงเวลาหรือยังที่ต้องเปลี่ยนแปลงตัวเอง ให้มีชีวิตที่คุ้มค่ามากกว่านี้
ถึงเวลาที่คุณจะสร้างปรากฎการณ์ 10 ความต่างมีเป็นรูปธรรมให้คุณเห็นเส้นทางการเป็นมหาเศรษฐี และให้คุณรู้ว่าการเป็นมหาเศรษฐีนั้นไม่ยากอย่างที่คุณคิด
คนชั้นกลางคิดว่า การเรียนรู้คือการจบที่สถานศึกษา
แต่มหาเศรษฐีเรียนรู้และเติบโต จากประสบการณ์ชีวิต และแสวงหาโอกาสอย่างไม่หยุดยั้ง
พึงระลึกเสมอว่า ความสำเร็จเปรียบเสมือการเดินทาง ดังนั้นทั้งจุดหมายและเส้นทางที่ใช้ จึงมักก่อสร้างไม่สิ้นสุด
"จงค้นหาสิ่งที่ทำให้คุณเป็นมหาเศรษฐีได้ แล้วคุณจะค้นพบสิ่งที่มีค่าที่สุดในชีวิตคุณ"
ชีวิตที่คุณเลือกได้ อิสระทางด้านการเงิน อิสระทางเวลา มีชีวิตใหม่ที่สุขสบายทั้งชีวิต
คุณต้องการแบบไหน ระหว่างทำงานหาเงินทั้งชีวิต เพื่ออยู่ไปวันๆ ถ้าคุณเลือกข้อนี้ ขอให้คุณมีความสุขกับชีวิตที่มีอยู่ในขณะนี้
กับการทำงานหาเงินมกามายมหาศาลเพียงแค่ช่วงเวลาหนึ่ง และใช้เงินทั้งชีวิต ถ้าคุณเลือกข้อนี้ ไปที่ที่ทำให้คุณได้สมหวังในอนาคต คลิกเส้นทางสร้างชีวิตใหม่สำหรับคุณที่นี่
คนในสังคมแบ่งได้เป็น 5 กลุ่ม คนจนมาก คนจน คนชั้นกลาง คนรวย และ คนรวยมากหรือมหาเศรษฐี แต่ละกลุ่มก็จะคิดเรื่องเงินไม่เหมือนกัน เพราะความจริง จุดเริ่มต้นของความจนมาจากความคิด เช่นเดียวกันคนที่เป็นมหาเศรษฐี หรืออยากจะเป็นก็ต้องเริ่มจากความคิดเหมือนกัน....
ความคิดและทัศนคติ คือ จุดเปลี่ยนสำคัญที่ทำให้คนจน ขยับชั้นเป็นมหาเศรษฐีได้!
คนรวยคิดไกล คนจนคิดใกล้
คนรวยอ้าแขนรับความเปลี่ยนแปลง คนจนถูกความเปลี่ยนแปลงคุกคาม
คนรวยพูดถึงความคิดริเริ่มใหม่ๆ คนจนพูดถึงแต่เรื่องอื่นและคนอื่น
คนรวยตั้งคำถามที่สร้างพลังใจให้ตัวเอง คนจนตั้งคำถามที่บั่นทอนพลังใจตนเอง
คนจนคิดว่าการเรียนนั้นจบที่สถานศึกษา แต่มหาเศรษฐีเรียนรู้และเติบโตไม่หยุดยั้ง
คนที่จนมากคิดเพียงว่าจะมีอะไรกินวันต่อวัน คนจนจะคิดเรื่องปากท้องเป็นรายอาทิตย์ คนชั้นกลางจะเริ่มมองเป็นรายเดือน คนรวยเริ่มมองไกลเป็นรายปี และคนรวยระดับเศรษฐีก็จะ ดีดลูกคิด กันในระดับทศวรรษหรือเป็นสิบปี ฯลฯ
เพราะความคิดต่าง จึงแบ่งแยกคนรวยกับคนจน
เพราะความคิดต่าง คนจนก็ยังจนอยู่วันยังค่ำ คนรวยก็รวยเอารวยเอา !
ถ้าคุณคือคนที่ยังคร่ำเคร่งกับการหาเงิน หัวหมุนกับปัญหาหนี้สิน รายรับไม่พอกับรายจ่าย ขอให้คุณพักเรื่องเหล่านี้เสีย แล้วลองอ่านข้อความนี้ คุณจะพบคำตอบดีๆ ที่จะนำพาชีวิตคุณไปสู่การหลุดพ้นจากวงจรแห่งความจน ยิ่งกว่านั้นคุณจะพบว่า การเป็นมหาเศรษฐี เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นได้ ถ้าคุณเข้าถึงกระบวนความคิดของเศรษฐี และหลีกเลี่ยงความคิดที่นำไปสู่ความจน เพียงคุณนำความคิดของบรรดามหาเศรษฐี มาประยุกต์กับความคิดของคุณ ปรับใช้ให้เหมาะสม ไม่นานคุณจะเห็นความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นกับชีวิตคุณอย่างชัดเจน เพราะความคิดต่างนี่แหละ คือ ก้าวที่สำคัญที่สุด ที่จะทำให้คุณเป็น มหาเศรษฐี ได้
หมายเหตุเกี่ยวกับการจัดลำดับของความต่างแต่ละข้อ
ความต่างข้อที่ 1
มหาเศรษฐีคิดไกล คนชั้นกลางคิดใกล้
ความต่างข้อที่ 2
มหาเศรษฐีพูดถึงความคิดริเริ่มใหม่ๆ คนชั้นกลางพูดแต่เรื่องอื่นและคนอื่น
ความต่างข้อที่ 3
มหาเศรษฐีอ้าแขนรับความเปลี่ยนแปลง คนชั้นกลางถูกความเปลี่ยนแปลงคุกคาม
ความต่างข้อที่ 4
มหาเศรษฐีเสี่ยงหลังจากคิดคำนวณ คนชั้นกลางกลัวเสี่ยง
ความต่างข้อที่ 5
คนชั้นกลางคิดว่าการเรียนนั้นจบที่สถานศึกษา แต่มหาเศรษฐีเรียนรู้และเติบโตไม่หยุดยั้ง
ความต่างข้อที่ 6
มหาเศรษฐีทำงานมุ่งหวังผลกำไร คนชั้นกลางตั้งใจทำงานเพื่อค่าแรง
ความต่างข้อที่ 7
มหาเศรษฐีเชื่อว่าเขาต้องเป็นคนใจกว้าง คนชั้นกลางเชื่อว่าเขามีไม่พอเผื่อแผ่
ความต่างข้อที่ 8
มหาเศรษฐีมีแหล่งรายได้หลายทาง คนชั้นกลางมีเพียงหนึ่งหรือสอง
ความต่างข้อที่ 9
มหาเศรษฐีมุ่งเพิ่มมูลค่าสุทธิ คนชั้นกลางคิดแต่ขึ้นเงินเดือน
ความต่างข้อที่ 10
มหาเศรษฐีตั้งคำถามที่สร้างพลังใจให้ตัวเอง คนชั้นกลางตั้งคำถามที่บั่นทอนพลังใจตัวเอง
เอาล่ะ แล้วไงต่อ ??
มหาเศรษฐียอมใช้เงินทำงานแทน
คนชั้นกลางยังทำงานหนักให้ได้เงิน
นี่คือความจริงที่คุณกำลังเผชิญอยู่หรือไม่
ถ้าคำตอบคือใช่ คุณกำลังอยู่ในเหตุการณ์เหล่านี้หรือไม่
ตื่นแต่เช้า เร่งรีบไปทำงาน เพื่อแรกกับเงินเดือนที่ไม่มีหวังว่าจะทำให้คุณรวยขึ้นได้ มีรายได้เป็นเงินเดือน ใช้จ่ายอย่างต้องระวังสุดขีดว่ามันจะถึงสิ้นเดือนหรือไม่ ไม่พอค่าใช้จ่าย ไม่มีเงินเก็บ ไม่สามารถตอบสนองในสิ่งที่ต้องการในชีวิต หนี้สินที่มีแต่จะเพิ่มขึ้นทุกวันๆ เริ่มลำบากขึ้นทุกทีๆ หาความสุขไม่ได้ในชีวิต แทบจะอยากลาโลกไปในขณะนี้
นี่คือปัญหาของคนส่วนใหญ่ ที่เป็นมนุษย์เงินเดือน คนที่หาเช้ากินค่ำ
คุณต้องการที่บอกลา ชีวิตที่ไม่มีหวังนี้หรือไม่ ?
ถึงเวลาหรือยังที่ต้องเปลี่ยนแปลงตัวเอง ให้มีชีวิตที่คุ้มค่ามากกว่านี้
ถึงเวลาที่คุณจะสร้างปรากฎการณ์ 10 ความต่างมีเป็นรูปธรรมให้คุณเห็นเส้นทางการเป็นมหาเศรษฐี และให้คุณรู้ว่าการเป็นมหาเศรษฐีนั้นไม่ยากอย่างที่คุณคิด
คนชั้นกลางคิดว่า การเรียนรู้คือการจบที่สถานศึกษา
แต่มหาเศรษฐีเรียนรู้และเติบโต จากประสบการณ์ชีวิต และแสวงหาโอกาสอย่างไม่หยุดยั้ง
พึงระลึกเสมอว่า ความสำเร็จเปรียบเสมือการเดินทาง ดังนั้นทั้งจุดหมายและเส้นทางที่ใช้ จึงมักก่อสร้างไม่สิ้นสุด
"จงค้นหาสิ่งที่ทำให้คุณเป็นมหาเศรษฐีได้ แล้วคุณจะค้นพบสิ่งที่มีค่าที่สุดในชีวิตคุณ"
ชีวิตที่คุณเลือกได้ อิสระทางด้านการเงิน อิสระทางเวลา มีชีวิตใหม่ที่สุขสบายทั้งชีวิต
คุณต้องการแบบไหน ระหว่างทำงานหาเงินทั้งชีวิต เพื่ออยู่ไปวันๆ ถ้าคุณเลือกข้อนี้ ขอให้คุณมีความสุขกับชีวิตที่มีอยู่ในขณะนี้
กับการทำงานหาเงินมกามายมหาศาลเพียงแค่ช่วงเวลาหนึ่ง และใช้เงินทั้งชีวิต ถ้าคุณเลือกข้อนี้ ไปที่ที่ทำให้คุณได้สมหวังในอนาคต คลิกเส้นทางสร้างชีวิตใหม่สำหรับคุณที่นี่




